มีบุตรเศรษฐีสามคน
อยากได้ดอกบัว
จึงชวนกันไปที่สระบัวแห่งหนึ่ง
ซึ่งมีชายจมูกแหว่งเฝ้ารักษาอยู่
บุตรเศรษฐีคนที่หนึ่งได้พูดกับชายจมูกแหว่งที่เฝ้าสระบัวว่า
ท่านผู้เจริญ
ธรรมดาผมและหนวดที่โกนแล้วยังงอกได้ฉันใด
จมูกของท่านคงงอกได้ฉันนั้น
ขอท่านจงให้ดอกบัวแก่ข้าพเจ้าเถิด
บุตรเศรษฐีคนที่สองพูดว่า
พืชที่เราหว่านลงในนาย่อมงอกงามขึ้นได้ฉันใด
จมูกของท่านคงงอกได้ฉันนั้น
ขอท่านจงให้ดอกบัวแก่ข้าพเจ้าเถิด
ชายจมูกแหว่งได้ฟังบุตรเศรษฐีทั้งสองพูดเอาแต่ได้เช่นนั้นก็โกรธ
จึงไม่ให้ดอกบัว
บุตรเศรษฐีคนที่สาม
เมื่อเห็นชายจมูกแหว่งโกรธจึงพูดว่า
ทั้งสองคนนั้นพูดไม่จริง
ธรรมดาจมูกที่แหว่งไปแล้วจะงอกขึ้นเหมือนผม
หนวด และพืช
นั้นไม่ได้
ข้าพเจ้าพูดนี้เป็นความจริง
ท่านจงให้ดอกบัวแก่ข้าพเจ้าเถิด
ชายจมูกแหว่งได้ฟังบุตรเศรษฐีคนที่สามพูดดังนั้น
จึงกล่าวว่า
ท่านเป็นคนพูดจริง
พูดถูก ข้าพเจ้าชอบใจ
ไม่เหมือนสองคนที่พูดมาก่อน
ยกย่องข้าพเจ้าเกินความจริง
ข้าพเจ้าจะให้ดอกบัวแก่ท่าน
แล้วชายจมูกแหว่งก็หยิบดอกบัวมัดใหญ่ให้แก่บุตรเศรษฐีคนที่สาม
 
คือ...แบบว่า...ชอบคนพูดตรงงะ...แบบว่า
เอ่อ ๆ
ขอดอกบัวเลยแถมดอกกุหลาบให้นะ
เอ่อ...แบบว่า จ๋วยจังเยย
แบบว่า...จ้อบงะ ผมทองด้วย
เอ่อ...แบบว่า เอ่อ (ทำเสียงหล่อ) ให้เกียติทานข้าวเย็นกับผมซักมื้อได้ไหมครับ
อุ๊ย...ดูเดะ
หน้าแดงเยย........................................................เย้ยยยยยยยยยยยย.....................................ยยยย |
|