ค้นหาความลับในมัมมี่


เครื่องเอกซเรย์สามารถวิเคราะห์มัมมี่ได้ทุกมุม

เมื่อปี ค.ศ. 1975 นักวิทยาศาสตร์ ได้นำเอามัมมี่ของฟาโร และขุนนางอียิปต์
โบราณ อายุประมาณ ประมาณ 1600 - 1000 ปีก่อนคริสตศักราช
จำนวน 17 ร่าง  ของพิพิธพัณฑ์แมนเชสเตอร์ประเทศอังกฤษ
มาศึกษาโดยการเอกซเรย์

ผลการเอกซเรย์พระศพเพื่อไขความลับให้คนรุ่นหลังอย่างเราได้ศึกษา
โดยผลการวิเคราะห์บอกว่า ฟาโรห์ส่วนใหญ่สวรรค์คต เมื่อยังมีพระชนม์น้อย..
กระโหลกของฟาโรห์หลายพระองค์มีขนาดแตกต่างกันมาก
บ่งว่าไม่ได้ร่วมสายพระโลหิตเดียวกัน..
แถมยังทำให้เรารู้ด้วยว่า ฟาโรห์
และมเหสีหลายพระองค์ประชวรด้วยโรคไขข้ออักเสบ..

 
ภาพเอกซเรย์ หน้าแข็ง และซี่โครงของมัมมี่เด็กอายุ 14 ปี

โรคเกี่ยวกับฟันของชาวอียิปต์โบราณ...
จากผลเอกซเรย์พบว่าฟันของมัมมี่สึกกร่อนมาก ซึ่งคงทำให้เจ็บปวดและก่อให้เกิดโรคเหงือกอักเสบ
หรือโรคเหงือกเรื้อรัง และยังพบมัมมี่จำนวนมากมีขากรรไกรผิดปกติ

ชาวอียิปต์นิยมกินขนมปังกันเป็นประจำ(จนโดนชาวกรีกเรียกว่า"พวกกินขนมปัง")
ปัญหาเรื่องโรคฟันอาจเกิดจากทรายที่ปลิวมาปะปนอยู่ในเนื้อขนมปังตั้งแต่ตอนเก็บเกี่ยวข้าว
และตอนเตรียมแป้ง รวมทั้งทรายที่เติมลงไปเพื่อช่วยการบดในเครื่องโม่แป้ง

ทรายยังก่อปัญหาสุขภาพอื่นด้วย..จากผลวิเคราะห์เนื้อเยื่อปอดของมัมมี่โดยใช้กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน
พบโรคปอดซึ่งเกิดจากการสูดเองผงทรายเข้าไปด้วย

นอกจากมัมมี่ฟาโร ซึ่งเป็นกษัตริย์แล้วชาวอียิปต์โบราณยัง
ทำมัมมี่สัตว์เลี้ยงด้วยนะ...ใครอยากรู้..คลิก

คำว่า มัมมี่ มาจากภาษาอาหรับว่า มูมียา หมายถึงน้ำมันดิน
พบว่าแถบผ้าลินินบางส่วนที่พันร่างมัมมี่นั้นชุบไว้ด้วยสารละลายที่เจือน้ำมันดินอยู่ด้วย


ขอบคุณหนังสือ รู้รอบตอบได้ โดยบริษัท รีดเดอร์ส ไดเจสท์ (ประเทศไทย) จำกัด


เริ่มต้น | อะไรเอ่ย | กิจกรรม | กาลครั้งหนึ่ง | ทันโลก | ZooNET