|
ตำนาน การสักลายตามตัว |
มนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ใช้วิธีป้องกันสัตว์ร้าย
ด้วยใช้สีต่างๆ ทาตามตัว เช่นสีดำ สีแดงสีน้ำเงิน
ยุคต่อมานิยมสักลายลงตามตัวเพราะไม่ต้องหาสี
มาทาบ่อยๆ ลายที่สักมักเป็นรูปสัตว์ทรงพลังอิทธิฤทธิ์
เช่น เสือ สิงโต พญานาค และพญาอินทรี
ส่วนจีนยูนนานชอบสักเป็นรูปมังกรหรือเป็นตัวอักษรจีนการสักลายตามตัวเริ่มแพร่ขยายลงมายังอาณาจักรล้านนา ล้านช้าง ลาว พม่า ไทยอีสานหลังจากพระพุทธเจ้า
เสด็จสู่ปรินิพพานไป ๑๐๐ ปี
ไทยอีสานโบราณชอบสักเป็นรูปสัตว์ต่างๆ แล้วยังสักตัวอักขระตามข้อมือ ท้องมือ หน้าอก และขาสองข้าง บางคนสักตามแผ่นหลังหรือหน้าอกขึ้นไปถึงคอหอย จนมีคำกล่าวกันว่า "นั่งอยู่กลางไร่ก็สามารถจับนกมาทำกินได้ เพราะนกคิดว่าหัวตอจึงบินมาเกาะ"
เครื่องมือการสัก ใช้เหล็กปลายแหลม ๕-๖ ซี่
มัดรวมกันจุ่มหมึกสีดำทำจากเขม่าขี้ดินหม้อปนกับ
ใบมันสำปะหลัง บางครูสักก็ใช้ดีหมี, ดีหมู, ดีวัวควาย
หรือดีปลาช่อน เพราะถือว่าลบล้างออกยากเวลาสักถ้าเจ็บปวดมากจนทนไม่ไหวก็หยุดไว้ก่อน
ประมาณ ๒ อาทิตย์ ให้แผลหายจึงสักต่อจนเสร็จรอยสักก็เลือกได้ตามต้องการเช่น พญานาค เสือโคร่ง รูปเจดีย์ หรือยันต์ ค่าจ้างสมักก่อนไม่แพง
สักที่ขา คิดข้างละ ๑ สลึง ถ้า ๒ ขาก็เป็น ๒ สลึง, ถ้าอักขระตัวเดียวเสียครึ่งสลึง ถ้าสักแผ่นหลังหรือหน้าอกเสีย ๑ ตำลึงถ้าไม่มีเงินจ้างเอาลูกหมูหรือไก่สักตัวหนึ่ง
แทน ครูก็ไม่ว่าสักเสร็จแล้วครูก็เป่ามนต์คาถาใส่รอยสักเสียงพึมพำ
ขอบคุณนิตยสารศิลปวัฒนธรรม
เริ่มต้น | อะไรเอ่ย | กิจกรรม
| กาลครั้งหนึ่ง | ทันโลก | ZooNET